มนุษย์เราทุกคนต้องการการยอมรับ จากการอยู่ร่วมกับผู้อื่น จากการอยู่กันเป็นสังคมมนุษย์ ในทุกๆ
มุมมอง ทุกๆเรื่องราวของการแสดงความคิดเห็น การกระทำ บุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ วิถีชีวิต แนวคิด ปรัชญาการดำเนินชีวิต ศาสนา การงาน อาชีพ การศึกษา การอยู่ร่วมกันของครอบครัว การได้รับความนับถือในสังคมที่ตนอยู่ ในสิ่งที่เป็นนามธรรมและสิ่งที่เป็นรูปธรรมของแต่ละคน
ทุกคนมีทิศทาง มีเป้าหมายของตนเองที่จะนำไปสู่การได้รับการยอมรับ
แต่ละคนมีวิธีการในการสร้างการยอมรับที่แตกต่างกัน ตามความถนัด ตามนิสัย
ตามความเข้าใจ ตามประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับ ตามสภาพแวดล้อมของสังคมที่ตนอยู่
นำมาซึ่งการแสดงออกทางการกระทำ บุคลิกภาพภายนอก การแต่งตัว การใช้สิ่งของวัตถุต่างๆ
ตั้งแต่ของพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตไปถึงสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจเฉพาะของแต่ละคน
ทำให้เกิดกระแสวัตถุนิยม บริโภคนิยม เพื่อความต้องการความแตกต่าง
ต้องการให้ตนมีอัตลักษณ์เฉพาะ ผู้คนส่วนใหญ่วิ่งเข้าหากระแส โอบอุ้ม
ตอบรับมันอย่างรวดเร็ว แม้กระแสจะทำให้เกิดความเหมือนคล้ายกันของบุคคล
ตัวอย่างเช่น ผู้คนมากมายต้องมีสิ่งของกายภาพที่มีรูปทรงเลขาคณิตเหมือนกันต่างกันแค่เพียงชื่อที่เป็นสิ่งสมมุติเท่านั้น เป็นต้น แต่ทิศทางของผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในกระแสความนิยมของแต่ละเรื่องราว เช่น แนวเพลงที่ฟัง แนวหนังที่ดู สไตล์การแต่งตัว ที่อยู่ในกระแสความฮิตในขณะนั้น ทำให้ลักษณะภายนอกต่างๆ ที่เป็นเหมือนเครื่องสะท้อนออกมา กลายเป็นสิ่งของทางกายภาพ เป็นภาพลักษณ์ให้กับคนแต่ละคน รวมไปถึงการแสดงออกของสิ่งที่เป็นนามธรรม ด้วยแนวทางความคิด ความเชื่อ ความเข้าใจต่อเรื่องราวต่างๆ ในมุมมองที่ตนได้เรียนรู้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความต้องการ "การได้รับการยอมรับ"
ตัวอย่างเช่น ผู้คนมากมายต้องมีสิ่งของกายภาพที่มีรูปทรงเลขาคณิตเหมือนกันต่างกันแค่เพียงชื่อที่เป็นสิ่งสมมุติเท่านั้น เป็นต้น แต่ทิศทางของผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในกระแสความนิยมของแต่ละเรื่องราว เช่น แนวเพลงที่ฟัง แนวหนังที่ดู สไตล์การแต่งตัว ที่อยู่ในกระแสความฮิตในขณะนั้น ทำให้ลักษณะภายนอกต่างๆ ที่เป็นเหมือนเครื่องสะท้อนออกมา กลายเป็นสิ่งของทางกายภาพ เป็นภาพลักษณ์ให้กับคนแต่ละคน รวมไปถึงการแสดงออกของสิ่งที่เป็นนามธรรม ด้วยแนวทางความคิด ความเชื่อ ความเข้าใจต่อเรื่องราวต่างๆ ในมุมมองที่ตนได้เรียนรู้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความต้องการ "การได้รับการยอมรับ"
การสร้างการยอมรับไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆ มันมีอุปสรรคในการกระทำ ในทุกอย่างที่คิด
ในทุกอย่างที่แสดงออกเพื่อให้ได้รับการยอม การยอมรับมีปัจจัยหนึ่งที่มาขับเคลื่อนอยู่ คือ
เทคโนโลยี เทคโนโลยีเป็นตัวเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสังคม เปลี่ยนคุณค่าบางสิ่งบางอย่างของสังคม แบบค่อยเป็นค่อยไปอยู่ตลอดเวลา เช่น
ในยุคสมัยปัจจุบันเมื่อทุกคนมีพื้นที่สื่อ (สังคมออนไลน์)
ทำให้การยอมรับของสินค้าที่นำมาขาย เป็นสิ่งที่ยากขึ้นกว่าในอดีต
ผู้บริโภครับฟังความเห็นด้วยกันมากกว่าโฆษณา เป็นต้น ตัวอย่างที่ยกให้เห็นเป็นการเปลี่ยนมาตรฐานการยอมรับจากเดิมที่เคยมีอยู่
ถึงแม้ครั้งหนึ่งจะเคยเป็นที่ยอมรับของสังคม การยอมรับในแบบเก่าๆ จะค่อยๆ
เลือนหายไปกับกาลเวลา
ที่กล่าวมาข้างต้นพูดถึงเรื่องการสร้าง
การทำความเข้าใจกับเรื่องการยอมรับ เราลองมาดูในมุมของการให้การยอมรับกันบ้าง
"เราให้การยอมรับ" กับเรื่องราว แนวคิด การกระทำกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งด้วยอะไร
มีหลักเกณฑ์แนวคิดใดที่เราจะให้การยอมรับเขาเหล่านั้น ลองมาดูตัวอย่างกัน
สมมุติว่าถ้าเราเป็นอาจารย์สอนหนังสือวิชาความรู้หนึ่ง เราจะให้การยอมรับกับผู้ที่เข้ามารับการสอน ให้คำชมเชยหรือคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่นั้น การให้การยอมรับจะมาจากการที่บุคคลนั้นได้ทำตามกฎเกณฑ์แนวทางในการศึกษาที่เราได้วางไว้ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของสถานศึกษานั้นๆ
สมมุติว่าถ้าเราเป็นอาจารย์สอนหนังสือวิชาความรู้หนึ่ง เราจะให้การยอมรับกับผู้ที่เข้ามารับการสอน ให้คำชมเชยหรือคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่นั้น การให้การยอมรับจะมาจากการที่บุคคลนั้นได้ทำตามกฎเกณฑ์แนวทางในการศึกษาที่เราได้วางไว้ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของสถานศึกษานั้นๆ
แต่ถามว่า
วิธีการสอนการให้คะแนนของเราต่างกับวิธีการของอาจารย์ที่อยู่ในสถานศึกษาท่านอื่นที่สอนวิชาเดียวกันหรือไม่
ถึงแม้จะมีแนวทางที่ใกล้เคียงจากการกำหนดมาตรฐานจากกระทรวงการศึกษา
แต่การยอบรับของเราต่อเด็กที่เรียนที่อื่นกับเด็กที่เราสอนนั้นก็จะแตกต่างกันอยู่ดี
และการให้การยอมรับมันมีเรื่องของจิตใจอีกด้วย เพราะหากการกระทำ
การแสดงออกถึงความคิด กริยาท่าทางภายนอก ฯลฯ ที่ตรงใจ ตรงกับความรู้ประสบการณ์ ความเข้าใจ
ความเชื่อ ของเรา ว่าผู้ศึกษาที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร
หากผู้ศึกษาคนใดคนหนึ่งมีลักษณะเป็นอย่างนั้นเราจะให้การยอมรับในแบบที่พิเศษกว่า
มาตรฐาน กฎเกณฑ์ของการยอมรับไม่ได้มีความเท่าเทียมกัน
จะแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล แต่ละสังคม แต่ละชาติ แตกต่างกันไปตามหัวข้อมุมมองต่างๆ
ที่นำมาจำแนกความแตกต่างของมนุษย์ เรื่องของการยอมรับนั้นจะต้องเกิดจากทั้งสองฝั่ง
คือ ฝั่งที่สร้างการยอมรับ และฝั่งที่ให้การยอมรับ
ถ้าคนสร้างทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ ใส่ความพยายามอย่างเต็มที่ ถ้าสิ่งที่ทำ สิ่งคิดหรือแสดงออกมามันไม่ตรงใจ
ไม่ตรงมาตรฐานของอีกฝั่งที่ให้การยอมรับ การยอมรับนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น และการที่เราให้การยอมรับต่อใครคนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นจะยอมรับเราและยอมรับในสิ่งที่เราทำหรือสิ่งที่เราคิด
ดังนั้นเราน่าจะลองมาช่างน้ำหนักว่าเราจะให้น้ำหนักต่อเรื่องการยอมรับมากน้อยแค่ไหน มีความจำเป็นหรือไม่ในเรื่องของความต้องการการยอมรับและการสร้างการยอมรับ เพื่อทำให้เราตัวเราได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่น เราควรจะให้น้ำหนักแก่เรื่องนี้เท่าใดจึงจะอยู่ในจุดที่เรามีความสุข....

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น