ตอน เป้าหมายที่เหมือนคล้ายในความต่าง
การทำตามเป้าหมายนั้น ในบางครั้งเราจำเป็นต้องเล่นไปตามเกม
เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เช่น
ถ้าเราเป็นผู้ชายมีเป้าหมายต้องการที่จะหาคู่ครองเพศตรงข้าม เราต้องคอยตามใจ
เสียสละเวลา ลดความเป็นตัวเอง ปรับตัวเข้าหา นำเสนอสิ่งพิเศษ
ทำทุกอย่างให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกดี เพื่อหวังว่าจะได้เธอคนนั้นมาเป็นคู่ครองชีวิต
ถามว่าจริงๆแล้วเราทำสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ถึงเป้าหมายหรือเราทำสิ่งที่อยากทำกันแน่
นำมาสู่คำถามที่ว่า เป้าหมายที่เราทำเป็น เป้าหมายที่ต้องทำ หรือเป็น เป้าหมายที่เราอยากทำ?
และเหตุใดเล่าเป้าหมายของเราจึงเหมือนกับเป้าหมายของคนอื่นๆ
แม้จะอยู่กันคนละมุมโลก
เป้าหมายที่เราต้องทำ และ เป้าหมายที่เราอยากทำ เราควรทำตามเป้าหมายใดกันแน่
ทั้งสองเป้าหมายล้วนเกิดขึ้นกับเราทุกคน อันแรกเป็น เป้าหมายที่เราต้องทำ
เราต้องทำเพราะธรรมชาติของมนุษย์ ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
เพื่อตอบสนองการคงอยู่ของร่างกาย เราจำเป็นต้องทำตามเป้าหมายพื้นฐานของปัจจัยสี่
นำมาสู่การตั้งเป้าหมายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง คือ
หาทรัพย์สมบัติที่ตอบสนองปัจจัยพื้นฐานเหล่านั้น เพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนในยุคนี้
ถ้าหากเราไม่ใช้เวลาของเราหาเงินทองมาแลกเปลี่ยนเราก็จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งหมดตอบสนองปัจจัยพื้นฐานนั้นด้วยตัวเอง
เมื่อเราทำตามเป้าหมายของสิ่งที่ต้องทำแล้วการตั้ง
เป้าหมายที่เราอยากทำ จึงเกิดขึ้น ซึ่งมาจากความไม่พอใจในเป้าหมายของสิ่งที่ต้องทำ
มาจากความต้องการความแตกต่าง ความโดดเด่น ต้องการมีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล เมื่อทำตามเป้าหมายของสิ่งที่อยากทำจนมากเกินไปจนเกิดความ
“พยายามแตกต่างในความเหมือนและพยายามเหมือนในความแตกต่าง” สุดท้ายแล้ว เป้าหมายที่เราอยากทำ เป็นเพียงเป้าหมายที่ตอบสนองความเป็นตัวตนเท่านั้น
คำถามที่ว่า เหตุใดจึงมีความเหมือนกันของเป้าหมาย
ของเพื่อนมนุษย์ในสังคมเราหรือเพื่อนมนุษย์ในสังคมอื่นๆ ถึงแม้บุคลิกลักษณะภายนอกของมนุษย์จะมีความแตกต่างกันออกไป
ทำอะไรต่างกัน อาจจะมีแนวคิดที่ต่างกัน มีประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน
ลึกลงไปในทุกๆความต่าง เช่น ครอบครัว เพื่อน พี่น้อง พ่อแม่ ครูอาจารย์ อาชีพ
การศึกษา วิถีชีวิต จนถึงอัตลักษณ์ของคนแต่ละคน แต่ไม่ว่าเราจะสร้างความแตกต่างในรูปแบบไหนๆ
เพื่อที่จะให้มนุษย์คนหนึ่งต่างกับอีกคนหนึ่ง ก็ยังมีความเหมือนคล้ายกันอันเนื่องมาจากเป้าหมายอยู่ดี
เช่น เป้าหมายชีวิต เป้าหมายการศึกษา เป้าหมายครอบครัว เป้าหมายของสังคม
เป้าหมายของประเทศชาติ
เราต้องคอยตอบสนองความต้องการของร่างกายที่เราไม่อาจควบคุมได้เป็นพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่เป้าหมายอื่นๆ ซึ่งหากมองตามทฤษฎีมาสโลว์ที่กล่าวถึงลำดับความต้องการของมนุษย์ ว่าจะต้องเริ่มการตอบสนองทางกายก่อน จึงนำมาสู่การตอบสนองความต้องการอื่นๆ จะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถที่จะข้ามขั้นลำดับความต้องการได้ ถ้าวันหนึ่งที่คุณลืมตาขึ้นมาแล้วไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวคุณเองเปลือยล่อนจ้อนอยู่บนถนนสิ่งแรกที่คุณคิดคืออะไร ใช่การหาปัจจัยสี่ให้กับตัวเองหรือไม่ ในเมื่อธรรมชาติทำให้เราต้องทำสิ่งพื้นฐาน ไม่ว่าจะทำอะไรจะต้องทำเป้าหมายพื้นฐานก่อน นั่นทำให้เกิดความเหมือนกันของเป้าหมาย เพราะเรามีพื้นฐานของธรรมชาติเดียวกัน อยู่ในสัจธรรมเดียวกัน เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงสัจธรรมที่คงอยู่ตลอดกาลเวลาได้ ซึ่งสิ่งที่เราทำ คือ เราไม่ได้ยอมรับความจริงของมัน พยายามยืดเวลา หลบเลี่ยง บ่ายหน้าหนี เมื่อสิ่งนี้เป็นรากฐานแม้เป้าหมายจะมีความทับซ้อนมากเท่าไหร่ มีรูปแบบการเชื่อมโยงอย่างไร ผลสรุปออกมาเป็นภาพใหญ่ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ต่างกันเพียงความต้องการที่มากกว่าหรือน้อยกว่ากันเท่านั้น
เราต้องคอยตอบสนองความต้องการของร่างกายที่เราไม่อาจควบคุมได้เป็นพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่เป้าหมายอื่นๆ ซึ่งหากมองตามทฤษฎีมาสโลว์ที่กล่าวถึงลำดับความต้องการของมนุษย์ ว่าจะต้องเริ่มการตอบสนองทางกายก่อน จึงนำมาสู่การตอบสนองความต้องการอื่นๆ จะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถที่จะข้ามขั้นลำดับความต้องการได้ ถ้าวันหนึ่งที่คุณลืมตาขึ้นมาแล้วไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวคุณเองเปลือยล่อนจ้อนอยู่บนถนนสิ่งแรกที่คุณคิดคืออะไร ใช่การหาปัจจัยสี่ให้กับตัวเองหรือไม่ ในเมื่อธรรมชาติทำให้เราต้องทำสิ่งพื้นฐาน ไม่ว่าจะทำอะไรจะต้องทำเป้าหมายพื้นฐานก่อน นั่นทำให้เกิดความเหมือนกันของเป้าหมาย เพราะเรามีพื้นฐานของธรรมชาติเดียวกัน อยู่ในสัจธรรมเดียวกัน เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงสัจธรรมที่คงอยู่ตลอดกาลเวลาได้ ซึ่งสิ่งที่เราทำ คือ เราไม่ได้ยอมรับความจริงของมัน พยายามยืดเวลา หลบเลี่ยง บ่ายหน้าหนี เมื่อสิ่งนี้เป็นรากฐานแม้เป้าหมายจะมีความทับซ้อนมากเท่าไหร่ มีรูปแบบการเชื่อมโยงอย่างไร ผลสรุปออกมาเป็นภาพใหญ่ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ต่างกันเพียงความต้องการที่มากกว่าหรือน้อยกว่ากันเท่านั้น
สุดท้ายสิ่งที่เรากระทำยังวนเวียนอยู่ในเรื่องเหล่านี้
เราสามารถที่จะเลือกอยู่ในวังวนที่มีความเหมือนคล้ายกันจนไม่อาจหลีกหนีแม้จะ“พยายามแตกต่างในความเหมือนและพยายามเหมือนในความแตกต่าง”
หรือเราจะเลือกที่จะทำสิ่งที่แตกต่างอย่างแท้จริงโดยการหลุดออกจากวังวนนี้ไปโดยไม่หวนกลับเข้ามาอีกตลอดกาล

เป็นเวปไซต์ที่ดีมากครับ จะเป็นไรมั้ยครับถ้าผมจะขออนุญาตินำข้อความดีๆ
ตอบลบของคุณวุธิชัย ปานมณี ไปแชร์ให้กลุ่มเพื่อนๆ และที่ทำงานผม ได้อ่านบทความที่คุณเขียน และได้เข้าสัจธรรมอันความจริงนี้ทุกประการ ผมว่าคุณวุธิชัย เขียนหนังสือออกมาขายได้เลยนะครับ บทความดีจริงๆครับและมีประโยชน์ด้วย ไงก็ขอบคุณมากนะครับ
สามารถนำไปแชร์ให้เพื่อนๆได้เลยนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ
ตอบลบ