วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เข้าใจเป้าหมายเข้าใจชีวิต (2)

ตอน เป้าหมายที่เหมือนคล้ายในความต่าง

การทำตามเป้าหมายนั้น ในบางครั้งเราจำเป็นต้องเล่นไปตามเกม เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เช่น ถ้าเราเป็นผู้ชายมีเป้าหมายต้องการที่จะหาคู่ครองเพศตรงข้าม เราต้องคอยตามใจ เสียสละเวลา ลดความเป็นตัวเอง ปรับตัวเข้าหา นำเสนอสิ่งพิเศษ ทำทุกอย่างให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกดี เพื่อหวังว่าจะได้เธอคนนั้นมาเป็นคู่ครองชีวิต ถามว่าจริงๆแล้วเราทำสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ถึงเป้าหมายหรือเราทำสิ่งที่อยากทำกันแน่ นำมาสู่คำถามที่ว่า เป้าหมายที่เราทำเป็น เป้าหมายที่ต้องทำ หรือเป็น เป้าหมายที่เราอยากทำ?  และเหตุใดเล่าเป้าหมายของเราจึงเหมือนกับเป้าหมายของคนอื่นๆ แม้จะอยู่กันคนละมุมโลก

เป้าหมายที่เราต้องทำ และ เป้าหมายที่เราอยากทำ เราควรทำตามเป้าหมายใดกันแน่ ทั้งสองเป้าหมายล้วนเกิดขึ้นกับเราทุกคน อันแรกเป็น เป้าหมายที่เราต้องทำ เราต้องทำเพราะธรรมชาติของมนุษย์ ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต เพื่อตอบสนองการคงอยู่ของร่างกาย เราจำเป็นต้องทำตามเป้าหมายพื้นฐานของปัจจัยสี่ นำมาสู่การตั้งเป้าหมายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง คือ หาทรัพย์สมบัติที่ตอบสนองปัจจัยพื้นฐานเหล่านั้น เพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนในยุคนี้ ถ้าหากเราไม่ใช้เวลาของเราหาเงินทองมาแลกเปลี่ยนเราก็จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งหมดตอบสนองปัจจัยพื้นฐานนั้นด้วยตัวเอง

 เมื่อเราทำตามเป้าหมายของสิ่งที่ต้องทำแล้วการตั้ง เป้าหมายที่เราอยากทำ จึงเกิดขึ้น  ซึ่งมาจากความไม่พอใจในเป้าหมายของสิ่งที่ต้องทำ มาจากความต้องการความแตกต่าง ความโดดเด่น ต้องการมีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล เมื่อทำตามเป้าหมายของสิ่งที่อยากทำจนมากเกินไปจนเกิดความ “พยายามแตกต่างในความเหมือนและพยายามเหมือนในความแตกต่าง” สุดท้ายแล้ว เป้าหมายที่เราอยากทำ  เป็นเพียงเป้าหมายที่ตอบสนองความเป็นตัวตนเท่านั้น




คำถามที่ว่า เหตุใดจึงมีความเหมือนกันของเป้าหมาย ของเพื่อนมนุษย์ในสังคมเราหรือเพื่อนมนุษย์ในสังคมอื่นๆ  ถึงแม้บุคลิกลักษณะภายนอกของมนุษย์จะมีความแตกต่างกันออกไป ทำอะไรต่างกัน อาจจะมีแนวคิดที่ต่างกัน มีประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ลึกลงไปในทุกๆความต่าง เช่น ครอบครัว เพื่อน พี่น้อง พ่อแม่ ครูอาจารย์ อาชีพ การศึกษา วิถีชีวิต จนถึงอัตลักษณ์ของคนแต่ละคน แต่ไม่ว่าเราจะสร้างความแตกต่างในรูปแบบไหนๆ เพื่อที่จะให้มนุษย์คนหนึ่งต่างกับอีกคนหนึ่ง ก็ยังมีความเหมือนคล้ายกันอันเนื่องมาจากเป้าหมายอยู่ดี เช่น เป้าหมายชีวิต เป้าหมายการศึกษา เป้าหมายครอบครัว เป้าหมายของสังคม เป้าหมายของประเทศชาติ

           เราต้องคอยตอบสนองความต้องการของร่างกายที่เราไม่อาจควบคุมได้เป็นพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่เป้าหมายอื่นๆ ซึ่งหากมองตามทฤษฎีมาสโลว์ที่กล่าวถึงลำดับความต้องการของมนุษย์ ว่าจะต้องเริ่มการตอบสนองทางกายก่อน จึงนำมาสู่การตอบสนองความต้องการอื่นๆ จะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถที่จะข้ามขั้นลำดับความต้องการได้ ถ้าวันหนึ่งที่คุณลืมตาขึ้นมาแล้วไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวคุณเองเปลือยล่อนจ้อนอยู่บนถนนสิ่งแรกที่คุณคิดคืออะไร ใช่การหาปัจจัยสี่ให้กับตัวเองหรือไม่ ในเมื่อธรรมชาติทำให้เราต้องทำสิ่งพื้นฐาน ไม่ว่าจะทำอะไรจะต้องทำเป้าหมายพื้นฐานก่อน นั่นทำให้เกิดความเหมือนกันของเป้าหมาย เพราะเรามีพื้นฐานของธรรมชาติเดียวกัน อยู่ในสัจธรรมเดียวกัน เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงสัจธรรมที่คงอยู่ตลอดกาลเวลาได้  ซึ่งสิ่งที่เราทำ คือ เราไม่ได้ยอมรับความจริงของมัน พยายามยืดเวลา หลบเลี่ยง บ่ายหน้าหนี เมื่อสิ่งนี้เป็นรากฐานแม้เป้าหมายจะมีความทับซ้อนมากเท่าไหร่ มีรูปแบบการเชื่อมโยงอย่างไร ผลสรุปออกมาเป็นภาพใหญ่ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ต่างกันเพียงความต้องการที่มากกว่าหรือน้อยกว่ากันเท่านั้น

สุดท้ายสิ่งที่เรากระทำยังวนเวียนอยู่ในเรื่องเหล่านี้ เราสามารถที่จะเลือกอยู่ในวังวนที่มีความเหมือนคล้ายกันจนไม่อาจหลีกหนีแม้จะพยายามแตกต่างในความเหมือนและพยายามเหมือนในความแตกต่าง หรือเราจะเลือกที่จะทำสิ่งที่แตกต่างอย่างแท้จริงโดยการหลุดออกจากวังวนนี้ไปโดยไม่หวนกลับเข้ามาอีกตลอดกาล

2 ความคิดเห็น:

  1. เป็นเวปไซต์ที่ดีมากครับ จะเป็นไรมั้ยครับถ้าผมจะขออนุญาตินำข้อความดีๆ
    ของคุณวุธิชัย ปานมณี ไปแชร์ให้กลุ่มเพื่อนๆ และที่ทำงานผม ได้อ่านบทความที่คุณเขียน และได้เข้าสัจธรรมอันความจริงนี้ทุกประการ ผมว่าคุณวุธิชัย เขียนหนังสือออกมาขายได้เลยนะครับ บทความดีจริงๆครับและมีประโยชน์ด้วย ไงก็ขอบคุณมากนะครับ

    ตอบลบ
  2. สามารถนำไปแชร์ให้เพื่อนๆได้เลยนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ

    ตอบลบ