กาลเวลาที่ล่วงเลยผ่านไป หอบเอาทั้งเธอและฉัน คู่กันไปอย่างปรารถนา ปรากฏตามความคิดของเมื่อครั้งอดีตที่เราทั้งสองได้เริ่มรู้จัก....
เสียงท่วงทำนองที่แว่วมาตามสายลมทำให้เราเพลิดเพลินไปกับช่วงหนึ่งของถนนแห่งความทรงจำครั้งหนึ่ง เคยแล่นผ่านและหยิบจับความรู้สึกดี ๆ ได้ในคราวนั้น
อากาศที่พัดพาอุณหภูมิขั้วตรงข้ามของความร้อนผ่านทางหน้าต่างทำให้เราวาดฝันอันแสนงดงามประสงค์ให้เกิดขึ้นในฤดูเดียวกันกับที่เราอยู่ของศักราชใหม่
และเรายังคงมี “ความเป็นห่วงเป็นใย” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง อันฝังแน่นมาพร้อมกับความผูกพันซึมซับจากการอยู่ร่วมกันของสองเรา โดยอาศัย
วันเวลาที่บีบรัดให้เราต้องเร่งรีบ
วันเวลาที่เนิ่นนานในการรอคอย
วันเวลาที่แสนสั้นเมื่อครั้งเราโอบกอดความสุขแล้วต้องจาก
วันเวลาที่ไม่เพียงพอในการให้รายละเอียด
วันเวลาที่มีให้เราไตร่ตรองได้มากมาย
วันเวลาอันแสนยาวไกลที่ยังคงแปรผันไปในทิศของอนันต์
แล้ว ความห่วงใย นี้ยังคงมีมากขึ้นจนไม่อาจหาที่เปรียบได้
ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดของคู่หนุ่มสาว ความห่วงใยย่อมเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะผลักดันให้แต่ละฝ่ายทุ่มเท มอบความรู้สึกนี้ผ่านการปรนนิบัติและวาจาที่น่าฟัง
ความห่วงใยสามารถเกิดขึ้นได้เสมอทั้งในขณะที่อยู่ใกล้กันเพียงแค่เราหันไปมอง หรือ ไกลหูไกลตา เราปรารถนาให้คนที่เราต้องการอยู่ร่วมกันมีความสุขอยู่เสมอ เราเป็นห่วงเป็นใยไม่อยากให้เขามีความทุกข์ เราจะคอยสังเกตสีหน้า การกระทำ และคำพูดเมื่อได้พบเจอกัน เราจะคอยพูดคุยซักถามเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเขา เราอยากขจัดความทุกข์เหล่านั้นให้หมดสิ้นไป
ถามว่าความเป็นห่วงเป็นใยที่เกิดขึ้นมากมายดั่งตัวอย่างที่กล่าวไปเหล่านี้ ดีไหม? แน่นอน! เราคิดว่าความเป็นห่วงของเราที่เกิดขึ้นนั้นดี เพราะเราจะทำสิ่งต่างๆ ให้เขามากมายจนนับไม่ถ้วน เราไม่เคยมองความห่วงใยที่หวังดี จะกลับกลายเป็นเรื่องเลวร้ายไปได้
แต่แล้วความห่วงใยที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นปัญหาจนบางคู่ถึงกับแยกทางกัน เพราะความห่วงใยเป็นต้นเหตุ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นอันเนื่องมาจาก
เมื่อเราเห็นว่าความห่วงใยหรือการกระทำ คำพูดที่เรามอบให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า จึงทำให้เราสร้างกรอบ ขอบเขต ข้อห้าม ซึ่งนำมาควบคุมทิศทางของคู่ชีวิตให้ไปตามที่เราต้องการ เป็นไปตามความคาดหวังอันเกิดจากความเป็นห่วง ทำให้เกิดเผด็จการภายในครอบครัว เมื่อมนุษย์ผู้มีเสรีในชีวิต ถูกกำหนดให้ทำนู่นทำนี่ จึงทำให้เกิดสงครามของการทำลายความเป็นอิสระ สงครามน้ำลายที่นำมาสู่การโต้เถียงกันอย่างไม่หยุดหย่อน ความเป็นห่วงทำให้เกิดการกล่าวซ้ำเหมือนโฆษณาทางสื่อสารมวลชน ย้ำบอก วกวน หมกมุ่น ไม่จบสิ้น คิดปรุงแต่งไปต่างๆ นานาว่าเรื่องราวร้ายๆจะเกิดขึ้น เราเกิดความเป็นห่วง ทั้งที่เรื่องเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นผ่านมาแล้วเก็บมาเป็นความกังวล
วิธีการแก้ปัญหา คือ ต้องคอยเตือนตนเองด้วยตนเอง นึกถึงความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม ต่อสิ่งที่เราจะกระทำออกไปว่า เป็นการกำหนดกรอบหรือขอบเขตมากเกินไปหรือไม่ อย่าเอาความเป็นห่วงที่มากเกินไปมาเป็นเหตุผลเพื่อให้เราทำตามใจตัวเอง ทำตามอย่างที่เราคิด ควบคุมทุกอย่างให้เป็นในทิศทางที่เราต้องการ อย่าลืมว่ามนุษย์มีความเป็นธรรมชาติ และความเป็นธรรมชาติไม่อาจควบคุมให้เป็นดั่งใจได้
เราไม่ได้มีความห่วงใยเกิดขึ้นกับคู่ชีวิตของเราเท่านั้น
ในวันที่เรายังอ่อนต่อโลก เราได้รับการดูแลจากพ่อแม่ด้วยความห่วงใยที่มีให้ เราสามารถรับรู้ได้ผ่านจากสิ่งต่างๆ ที่ท่านทั้งสองคิดจัดเตรียมให้เราทำ ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลาอาหาร ห้องนอนที่สะอาดปราศจากฝุ่นไร คอยปัดเป่าเมื่ออากาศร้อน สร้างความอบอุ่นในยามหนาวเพื่อให้เราหลับสบาย ดูแลสุขภาพร่างกายในยามป่วยไข้ สร้างการเดินทางที่ปลอดภัย ตักเตือนการคบหาเพื่อนมิตร สอนให้เราใช้จ่ายอย่างเข้าใจคุณค่าของเงินตรา มอบการศึกษาเพื่ออนาคต
เพื่อให้ความเป็นห่วงที่ท่านมีกลายเป็นความหายห่วง ท่านจึงทำหลายอย่างตลอดช่วงเวลาของท่านให้กับเรา ซึ่งในคราวที่เราเป็นเด็กเราทำแต่เพียงรับความเป็นห่วงของท่านเท่านั้น โดยที่เราสนุกกับการใช้ชีวิต เมื่อเรามีความเข้าใจมากขึ้น เราน่าจะมอบความห่วงใยกับพ่อแม่ที่แก่ลงทุกวัน และทำทุกอย่างกลับไปให้เหมือนเมื่อครั้งที่เรายังเป็นเด็ก



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น