ในเวลาเร่งด่วนบนย่านนี้ มีรถติดมากเสียจนผู้คนที่เป็นเจ้าของรถส่วนตัวนึกย้อนไปถึงความสบายที่ไม่ต้องมาจับพวงมาลัย
นึกถึงครั้งที่เท้ายืนอย่างปวดเมื่อยบนรถโดยสาร
ซึ่งน่าจะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายกว่า เท้าที่ไม่สามารถขยับออกจากคันเร่ง อันควบคุมรถให้เคลื่อนไปเพียงครั้งละหนึ่งศอกเท่านั้น
แต่ ณ ท้องถนนแห่งนี้ได้มีการแก้ปัญหาจากรัฐบาลผู้มีวิสัยทัศน์ในอดีต โดยสร้างสรรค์รถไฟฟ้ามหานคร
มอบให้กับคนกรุงเพื่อหลีกหนีถนนอันแสนวุ่นวายที่มีรถวิ่งสวนกันฝั่งละสามเลน
ทางเท้า ที่มีไว้ให้ผู้คนเดินไปยังจุดหมายของตน ยังเป็นถนนสำหรับรถจักรยานยนตร์โดยผู้ขับขี่ที่มีไหวพริบอันชาญฉลาด
เพื่อให้รถสองล้อที่มีความคล่องตัวนำพาพวกเขาไปถึงปลายทาง
จึงใช้ฟุตบาทเป็นเลนมอเตอร์ไซค์ในชั่วโมงเร่งรีบ บีบแตรไล่เพื่อนร่วมชาติรวมไปถึงชาวต่างถิ่นที่เข้ามาท่องเที่ยว ให้ถอยหลบยานพาหนะอันมีผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายกำลังดีใจที่ได้ไปถึงจุดหมายเร็วขึ้น
แม้ในยามที่รถไม่ติด ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ก็ยังคงใช้ถนนฟุตบาทจนกลายเป็นนิสัย
โด่งดังจนเป็นที่กล่าวขานของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับกรุงเทพว่า “ทุกที่ คือ
ท้องถนน”
เรื่องราวนี้เริ่มต้นด้วยก้าวเดินออกมาจากการรอคอยในศูนย์ซ่อมชีวิตของยามบ่าย
โดยก่อนหน้าได้แหงนมองนาฬิกาบอกเวลาที่ค่อยๆ หมุนไปอย่างเชื่องช้า
แต่ยังคงเป็นจังหวะที่เท่ากันอยู่เสมอ
เวลาที่ไม่เคยให้ความมากไปหรือน้อยไปในการออกแรงเดินของมัน
ยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกแถวๆบริเวณกลางหน้าท้องว่ามีน้ำย่อยส่งผ่านเข้าไปยังกระเพาะที่กำลังทำงานตามระบบ
อันเป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้เรียกเมื่อความรู้สึกนี้มาถึง
และจากประสบการณ์อันโชกโชนทำให้แยกแยะได้ว่านี่เป็นอาการปรกติของความหิวกระหายไม่ใช่อาการปวดท้องด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นภายในร่างของผู้กำลังก้าวเดิน
เมื่อออกมาได้ไม่ไกลจากโรงพยาบาลซึ่งใช้ชื่อเดียวกับถนนที่มีรถสรรจรอย่างแออัด
อันใกล้กับสถานที่ดูดาวขณะตะวันยังส่องแสง ครั้งเดินอยู่บนถนนฟุตบาท แลเห็นห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม
ด้วยความหิวที่นำสองเท้าก้าวเดิน จึงตรงเข้าไปยังห้างสไตล์ญี่ปุ่น
เดินวนไปวนมาซักระยะ ก็ยังหาแหล่งพลังงานที่มีรสชาติถูกปากไม่ได้ แม้จะไม่เคยเข้าไปลองชิมครบทุกร้าน
แต่ด้วยส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่มีวัตถุดิบไม่เหมือนกับพื้นเพเดิมที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก
เลยเป็นสาเหตุให้ก้าวเดินออกจากศูนย์รวมอาหารแดนกิโมโน
ขณะที่ยังหาข้อสรุปให้กับกระเพาะที่เริ่มรู้สึกถึงความหิวโหยมากเรื่อยๆ
จู่ๆ กระเป๋าความทรงจำก็ได้เปิดออก ปรากฏเป็นภาพร้านเกาเหลาเลือดหมูข้างทางที่มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อมากมายแม้ร้านจะเพิ่งเปิด
ทำให้หวนนึกถึงกลิ่นหอมตำลึงและความรู้สึกนุ่มนิ่มคล้ายกับวุ้นของเลือดหมูเมื่อครั้งสัมผัสกับการรับรส
พร้อมน้ำซุปร้อนๆ ที่ทำให้รู้สึกโล่งไปทั่วตัวด้วยเครื่องเทศ ซึ่งร้านที่ผุดขึ้นมาจากกระเป๋าความทรงจำนี้ตั้งอยู่แถวปากซอยถัดไปอีกสองสถานีรถไฟฟ้า
จึงได้อาศัยแท่งสี่เหลี่ยมหัวทู่อันแสนรวดเร็วตรงดิ่งไปยังร้านอาหารแสนธรรมดาแต่อร่อยเหลือคณาอย่างเร็วพลัน
ความผิดหวัง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้กระทั่งกับความต้องการอยากจะกินเกาเหลาเลือดหมูที่แสนอร่อยก็ยังทำไม่ได้
เพราะครั้งไปถึงร้านเกาเหลาแห่งกระเป๋าความทรงจำกลับไม่เปิด แล้วจะทำอย่างไรต่อไป
คำถามนี้มีเพียงเราคนเดียวที่ได้ยินท่ามกลางเสียงแตรจากรถผู้ใช้ถนนฟุตบาท
ในเมื่อยืนอยู่บนเมืองที่ไม่เคยหลับ
และในขณะที่ยืนอยู่นี้ยังเป็นเวลาที่พระอาทิตย์กำลังสาดแสง ร้านอาหารข้างทางที่มีการปรุงวัตถุดิบด้วยความไม่หวงเครื่องเทศอันนำมาสู่ความอร่อยแบบไทยๆ
น่าจะยังมีอยู่ แม้รู้ว่าพื้นที่แถวนี้ทำมาค้าขายกับชาวต่างชาติ เหล่าหัวนักธุรกิจทั้งหลายต้องเจอกับต้นทุนที่สูงลิ่ว
ส่งผลให้ร้านอาหารที่เปิดขายในถนนเส้นนี้จึงมีราคาแพงตามค่าที่ เมื่อเป็นเช่นนี้เลยถือเอาซะว่าเป็นมื้อพิเศษในยามบ่ายกลางๆ
ก็แล้วกัน
การเดินทางครั้งนี้มุ่งตรงไปยังทิศของศูนย์การค้าที่รวมบรรยากาศของทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่เดียว
โดยมุ่งจุดสนใจเฉพาะฝั่งที่กำลังก้าวท้าวอยู่ แม้เห็นว่าฝั่งตรงข้ามจะมีร้านอาหาร
แต่ยังคงมั่นคงในจุดยืนเดิมที่จะหาความอร่อยจากฝั่งเดียวกับร้านเกาเหลาแห่งความทรงจำที่ดันมาทำให้ผิดหวัง
เพราะคาดการณ์เอาว่าถ้าคราวหน้าได้มีโอกาสมาอีกจะลองชิมอาหารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ความหิว ที่ดูเหมือนว่าจะเลยจุดสูงสุดของความปวดแสบปวดร้อนอันเนื่องมาจากการบีบรัดของกระเพาะ
กลายเป็นความชาชิน แรงขับเคลื่อนทางกายที่ทำให้ออกผจญภัยครั้งนี้ค่อยๆจางลงไปทีละน้อย
แต่ก็ยังพยายามสรรหาแหล่งพลังงานไปพร้อมกับความรู้สึกผ่อนคลายที่ได้เดินสำรวจในเมืองที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็ก
บนท้องถนนที่ได้แต่นั่งรถผ่าน ถือเป็นโอกาสอันดีของการลงสัมผัสกับพื้นที่ด้วยสองเท้าคู่นี้
แม้ว่าระหว่างทางที่ผ่านมาจะเจอแต่บาร์สุราเมไร
รวมไปถึงร้านอาหารราคาหลายแบงก์ใหญ่ ที่เน้นขายให้กับชาวต่างชาติ
ซึ่งถ้ากินเอาอิ่มคาดว่าต้องเสียไปหลายแบงก์แดง และอาจถึงธนบัตรม่วงผสมด้วยเป็นแน่
แม้คิดว่าจะให้มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษแต่ก็ทำใจลำบากที่ต้องจ่ายแพงให้กับอาหารไทยที่อยู่ในประเทศตัวเองแท้ๆ
ในที่สุดช่วงที่ทำให้ต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก็มาถึง
เพราะต้นเหตุของการเข้าไปนั่งรอในโรงพยาบาล เกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ
จับไปที่แขนรู้สึกได้ถึงเหงื่ออันเปียกชุ่ม เธอบอกกล่าวถึงความอ่อนเพลีย
ร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงที่จะก้าวต่อ เนื่องจากเลยเวลาอาหารมานานพอควร
ผนวกกับร่างกายที่เผาผลาญน้ำตาลตามกระบวนการ และยิ่งลดต่ำลงเพราะการใช้พลังงานในการผจญภัยสรรหาของอร่อยในครั้งนี้ด้วย
จึงรีบค้นหาขนมปังก้อนกลมเล็กที่ติดกระเป๋าถือของผู้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกล
ให้รีบทยอยเข้าปากของเธอในขณะที่ยังพอมีสติ
ครั้งผู้เหน็ดเหนื่อยกล่าวว่ายังพอจะไปไหวจึงได้ก้าวเดินต่อ
จากจุดที่เกิดเรื่องไม่ไกลได้เจอร้านก๋วยเตี๋ยวเรือขนาดตึกพาณิชย์หนึ่งห้องกับพื้นที่ส่วนแถมเนื่องจากเป็นตึกที่อยู่หัวมุมตรงหน้าปากซอย
ในร้านที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่กลับไม่มีลูกค้านั่งอยู่เลยซักโต๊ะ ซึ่งมีเด็กเซิฟถึงห้าคน
ถึงจะไม่มีลักษณะพื้นฐานของการดึงดูดให้เข้าไป
แต่การสรรหาต่อไปใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
เลยเอาเป็นว่าต้องลองชิมแม้ปัจจัยภายนอกจะไม่พร้อม
เหมือนเดิมอีกชาม ! อยากจะสั่งแบบนี้แต่ก็ห้ามใจไว้
ไม่ให้นิสัยเดิมที่เมื่อกินของอร่อยทีไรจะต้องกินให้ตึงหนังหน้าท้องให้จงได้
เพราะด้วยการทดลอง ทำให้เปิดมุมมองใหม่ๆ ทำให้เกิดความต้องการอยากจะผจญภัยไปบนถนนฟุตบาทนี้ไปจนหมดวัน
พร้อมจะรับความตื่นเต้นในการพบกับอาหารอร่อยลิ้นแต่ไม่อร่อยตาบนเส้นทางสายเก่าที่ไม่เคยลงมาสัมผัส
บทสรุปของเรื่องราวนี้ย้ำเตือนอยู่เสมอว่า เมื่อใดที่โอกาสมาถึง แม้จะหาความแน่นอนไม่ได้
เมื่อนั้นให้ทดลองลงมือทำ เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการทดลองจะทำให้พบกับสิ่งใหม่ๆอยู่ทุกคราวไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น