วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สิ่งใหม่ๆ บนเส้นทางสายเก่าที่ไม่เคยสัมผัส


ในเวลาเร่งด่วนบนย่านนี้ มีรถติดมากเสียจนผู้คนที่เป็นเจ้าของรถส่วนตัวนึกย้อนไปถึงความสบายที่ไม่ต้องมาจับพวงมาลัย นึกถึงครั้งที่เท้ายืนอย่างปวดเมื่อยบนรถโดยสาร ซึ่งน่าจะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายกว่า เท้าที่ไม่สามารถขยับออกจากคันเร่ง อันควบคุมรถให้เคลื่อนไปเพียงครั้งละหนึ่งศอกเท่านั้น แต่ ณ ท้องถนนแห่งนี้ได้มีการแก้ปัญหาจากรัฐบาลผู้มีวิสัยทัศน์ในอดีต โดยสร้างสรรค์รถไฟฟ้ามหานคร มอบให้กับคนกรุงเพื่อหลีกหนีถนนอันแสนวุ่นวายที่มีรถวิ่งสวนกันฝั่งละสามเลน
   

ทางเท้า ที่มีไว้ให้ผู้คนเดินไปยังจุดหมายของตน ยังเป็นถนนสำหรับรถจักรยานยนตร์โดยผู้ขับขี่ที่มีไหวพริบอันชาญฉลาด เพื่อให้รถสองล้อที่มีความคล่องตัวนำพาพวกเขาไปถึงปลายทาง จึงใช้ฟุตบาทเป็นเลนมอเตอร์ไซค์ในชั่วโมงเร่งรีบ บีบแตรไล่เพื่อนร่วมชาติรวมไปถึงชาวต่างถิ่นที่เข้ามาท่องเที่ยว ให้ถอยหลบยานพาหนะอันมีผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายกำลังดีใจที่ได้ไปถึงจุดหมายเร็วขึ้น แม้ในยามที่รถไม่ติด ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ก็ยังคงใช้ถนนฟุตบาทจนกลายเป็นนิสัย โด่งดังจนเป็นที่กล่าวขานของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับกรุงเทพว่า “ทุกที่ คือ ท้องถนน”

เรื่องราวนี้เริ่มต้นด้วยก้าวเดินออกมาจากการรอคอยในศูนย์ซ่อมชีวิตของยามบ่าย โดยก่อนหน้าได้แหงนมองนาฬิกาบอกเวลาที่ค่อยๆ หมุนไปอย่างเชื่องช้า แต่ยังคงเป็นจังหวะที่เท่ากันอยู่เสมอ เวลาที่ไม่เคยให้ความมากไปหรือน้อยไปในการออกแรงเดินของมัน ยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกแถวๆบริเวณกลางหน้าท้องว่ามีน้ำย่อยส่งผ่านเข้าไปยังกระเพาะที่กำลังทำงานตามระบบ อันเป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้เรียกเมื่อความรู้สึกนี้มาถึง และจากประสบการณ์อันโชกโชนทำให้แยกแยะได้ว่านี่เป็นอาการปรกติของความหิวกระหายไม่ใช่อาการปวดท้องด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นภายในร่างของผู้กำลังก้าวเดิน

เมื่อออกมาได้ไม่ไกลจากโรงพยาบาลซึ่งใช้ชื่อเดียวกับถนนที่มีรถสรรจรอย่างแออัด อันใกล้กับสถานที่ดูดาวขณะตะวันยังส่องแสง ครั้งเดินอยู่บนถนนฟุตบาท แลเห็นห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม ด้วยความหิวที่นำสองเท้าก้าวเดิน จึงตรงเข้าไปยังห้างสไตล์ญี่ปุ่น เดินวนไปวนมาซักระยะ ก็ยังหาแหล่งพลังงานที่มีรสชาติถูกปากไม่ได้ แม้จะไม่เคยเข้าไปลองชิมครบทุกร้าน แต่ด้วยส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่มีวัตถุดิบไม่เหมือนกับพื้นเพเดิมที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เลยเป็นสาเหตุให้ก้าวเดินออกจากศูนย์รวมอาหารแดนกิโมโน

 ขณะที่ยังหาข้อสรุปให้กับกระเพาะที่เริ่มรู้สึกถึงความหิวโหยมากเรื่อยๆ จู่ๆ กระเป๋าความทรงจำก็ได้เปิดออก ปรากฏเป็นภาพร้านเกาเหลาเลือดหมูข้างทางที่มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อมากมายแม้ร้านจะเพิ่งเปิด ทำให้หวนนึกถึงกลิ่นหอมตำลึงและความรู้สึกนุ่มนิ่มคล้ายกับวุ้นของเลือดหมูเมื่อครั้งสัมผัสกับการรับรส พร้อมน้ำซุปร้อนๆ ที่ทำให้รู้สึกโล่งไปทั่วตัวด้วยเครื่องเทศ  ซึ่งร้านที่ผุดขึ้นมาจากกระเป๋าความทรงจำนี้ตั้งอยู่แถวปากซอยถัดไปอีกสองสถานีรถไฟฟ้า จึงได้อาศัยแท่งสี่เหลี่ยมหัวทู่อันแสนรวดเร็วตรงดิ่งไปยังร้านอาหารแสนธรรมดาแต่อร่อยเหลือคณาอย่างเร็วพลัน




ความผิดหวัง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้กระทั่งกับความต้องการอยากจะกินเกาเหลาเลือดหมูที่แสนอร่อยก็ยังทำไม่ได้ เพราะครั้งไปถึงร้านเกาเหลาแห่งกระเป๋าความทรงจำกลับไม่เปิด แล้วจะทำอย่างไรต่อไป คำถามนี้มีเพียงเราคนเดียวที่ได้ยินท่ามกลางเสียงแตรจากรถผู้ใช้ถนนฟุตบาท

ในเมื่อยืนอยู่บนเมืองที่ไม่เคยหลับ และในขณะที่ยืนอยู่นี้ยังเป็นเวลาที่พระอาทิตย์กำลังสาดแสง ร้านอาหารข้างทางที่มีการปรุงวัตถุดิบด้วยความไม่หวงเครื่องเทศอันนำมาสู่ความอร่อยแบบไทยๆ น่าจะยังมีอยู่ แม้รู้ว่าพื้นที่แถวนี้ทำมาค้าขายกับชาวต่างชาติ เหล่าหัวนักธุรกิจทั้งหลายต้องเจอกับต้นทุนที่สูงลิ่ว ส่งผลให้ร้านอาหารที่เปิดขายในถนนเส้นนี้จึงมีราคาแพงตามค่าที่ เมื่อเป็นเช่นนี้เลยถือเอาซะว่าเป็นมื้อพิเศษในยามบ่ายกลางๆ ก็แล้วกัน

การเดินทางครั้งนี้มุ่งตรงไปยังทิศของศูนย์การค้าที่รวมบรรยากาศของทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่เดียว โดยมุ่งจุดสนใจเฉพาะฝั่งที่กำลังก้าวท้าวอยู่ แม้เห็นว่าฝั่งตรงข้ามจะมีร้านอาหาร แต่ยังคงมั่นคงในจุดยืนเดิมที่จะหาความอร่อยจากฝั่งเดียวกับร้านเกาเหลาแห่งความทรงจำที่ดันมาทำให้ผิดหวัง เพราะคาดการณ์เอาว่าถ้าคราวหน้าได้มีโอกาสมาอีกจะลองชิมอาหารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ความหิว ที่ดูเหมือนว่าจะเลยจุดสูงสุดของความปวดแสบปวดร้อนอันเนื่องมาจากการบีบรัดของกระเพาะ กลายเป็นความชาชิน แรงขับเคลื่อนทางกายที่ทำให้ออกผจญภัยครั้งนี้ค่อยๆจางลงไปทีละน้อย แต่ก็ยังพยายามสรรหาแหล่งพลังงานไปพร้อมกับความรู้สึกผ่อนคลายที่ได้เดินสำรวจในเมืองที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็ก บนท้องถนนที่ได้แต่นั่งรถผ่าน ถือเป็นโอกาสอันดีของการลงสัมผัสกับพื้นที่ด้วยสองเท้าคู่นี้

แม้ว่าระหว่างทางที่ผ่านมาจะเจอแต่บาร์สุราเมไร รวมไปถึงร้านอาหารราคาหลายแบงก์ใหญ่ ที่เน้นขายให้กับชาวต่างชาติ ซึ่งถ้ากินเอาอิ่มคาดว่าต้องเสียไปหลายแบงก์แดง และอาจถึงธนบัตรม่วงผสมด้วยเป็นแน่ แม้คิดว่าจะให้มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษแต่ก็ทำใจลำบากที่ต้องจ่ายแพงให้กับอาหารไทยที่อยู่ในประเทศตัวเองแท้ๆ

ในที่สุดช่วงที่ทำให้ต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก็มาถึง เพราะต้นเหตุของการเข้าไปนั่งรอในโรงพยาบาล เกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ จับไปที่แขนรู้สึกได้ถึงเหงื่ออันเปียกชุ่ม เธอบอกกล่าวถึงความอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงที่จะก้าวต่อ เนื่องจากเลยเวลาอาหารมานานพอควร ผนวกกับร่างกายที่เผาผลาญน้ำตาลตามกระบวนการ และยิ่งลดต่ำลงเพราะการใช้พลังงานในการผจญภัยสรรหาของอร่อยในครั้งนี้ด้วย จึงรีบค้นหาขนมปังก้อนกลมเล็กที่ติดกระเป๋าถือของผู้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกล ให้รีบทยอยเข้าปากของเธอในขณะที่ยังพอมีสติ

ครั้งผู้เหน็ดเหนื่อยกล่าวว่ายังพอจะไปไหวจึงได้ก้าวเดินต่อ จากจุดที่เกิดเรื่องไม่ไกลได้เจอร้านก๋วยเตี๋ยวเรือขนาดตึกพาณิชย์หนึ่งห้องกับพื้นที่ส่วนแถมเนื่องจากเป็นตึกที่อยู่หัวมุมตรงหน้าปากซอย ในร้านที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่กลับไม่มีลูกค้านั่งอยู่เลยซักโต๊ะ ซึ่งมีเด็กเซิฟถึงห้าคน ถึงจะไม่มีลักษณะพื้นฐานของการดึงดูดให้เข้าไป แต่การสรรหาต่อไปใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เลยเอาเป็นว่าต้องลองชิมแม้ปัจจัยภายนอกจะไม่พร้อม

เหมือนเดิมอีกชาม ! อยากจะสั่งแบบนี้แต่ก็ห้ามใจไว้ ไม่ให้นิสัยเดิมที่เมื่อกินของอร่อยทีไรจะต้องกินให้ตึงหนังหน้าท้องให้จงได้ เพราะด้วยการทดลอง ทำให้เปิดมุมมองใหม่ๆ ทำให้เกิดความต้องการอยากจะผจญภัยไปบนถนนฟุตบาทนี้ไปจนหมดวัน พร้อมจะรับความตื่นเต้นในการพบกับอาหารอร่อยลิ้นแต่ไม่อร่อยตาบนเส้นทางสายเก่าที่ไม่เคยลงมาสัมผัส


บทสรุปของเรื่องราวนี้ย้ำเตือนอยู่เสมอว่า เมื่อใดที่โอกาสมาถึง แม้จะหาความแน่นอนไม่ได้ เมื่อนั้นให้ทดลองลงมือทำ เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการทดลองจะทำให้พบกับสิ่งใหม่ๆอยู่ทุกคราวไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น